Prompt Engineering 101

เราอยู่ในยุคที่ Generative AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกวงการอย่างไม่เคยมีมาก่อน หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า เมื่อ AI เก่งแล้ว เราก็แค่ถามอะไรก็ได้ แล้วมันจะตอบออกมาดีเองโดยอัตโนมัติ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น การได้คำตอบที่ตรงใจและมีประโยชน์จริงๆ ขึ้นอยู่กับวิธีที่เราสื่อสารกับ AI มากกว่าที่หลายคนคิด

ลองนึกภาพว่า Prompt คือ “รีโมทคอนโทรล” ของโมเดลภาษา ถ้าเราไม่รู้จักปุ่มไหนทำอะไร เราก็จะใช้โทรทัศน์ได้แค่เปิด-ปิดเท่านั้น แต่ถ้าเราเข้าใจการใช้งานรีโมทอย่างถูกต้อง เราจะสามารถใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจกับหลักการพื้นฐานของ Prompt Engineering ตั้งแต่แนวคิดเบื้องต้นไปจนถึงเทคนิคที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คุณสามารถใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม


What is Prompt Engineering

เข้าใจ AI ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่มันเริ่มจาก
“พูดกับมันให้รู้เรื่อง” — และนี่แหละคือหัวใจของ Prompt Engineering

Prompt Engineering คือ ศาสตร์และศิลป์ของการออกแบบ “คำสั่ง” ที่ใช้สื่อสารกับ AI โดยเฉพาะโมเดลภาษาใหญ่ (LLMs) อย่าง ChatGPT, Claude หรือ Gemini เพื่อให้มันเข้าใจเจตนาของเราได้ชัดเจนที่สุด และตอบกลับมาด้วยผลลัพธ์ที่ “ตรงเป้า” ไม่เพี้ยน ไม่หลุด ไม่มั่ว

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า AI คือผู้ช่วยที่ฉลาดมาก แต่ฟังภาษามนุษย์ผ่านตัวกรอง ถ้าเราใช้คำสั่งไม่ดี มันก็จะ “เดา” ผิดทันที ดังนั้น การเขียน Prompt ก็เหมือนการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาธรรมชาติ หรือที่นักวิจัยเรียกว่า “In-Context Programming” เพราะแค่เปลี่ยนวิธีสั่งนิดเดียว ก็อาจเปลี่ยนคำตอบไปคนละทาง

คำว่า “Prompt Engineering” เริ่มถูกพูดถึงในวงการวิจัยตั้งแต่ปี 2018 แต่เพิ่งจะกลายเป็นกระแสใหญ่จริง ๆ ในปี 2022 เมื่อโมเดล AI แบบโต้ตอบได้ (เช่น ChatGPT) เปิดให้คนทั่วไปใช้งาน จนเกิดเป็นสาขาความรู้ใหม่ที่ทั้งนักพัฒนา นักการตลาด นักเขียน และคนธรรมดาที่อยากใช้ AI ให้คุ้ม ต่างก็ต้องเรียนรู้

สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือหลักการง่าย ๆ อย่าง “Garbage In, Garbage Out” — ถ้าเราใส่คำสั่งที่ไม่ชัดเจน คลุมเครือ หรือสั้นเกินไป ก็ไม่ต้องแปลกใจถ้า AI จะตอบออกมาแบบงง ๆ เช่นกัน เพราะ คุณภาพของ Prompt คือปัจจัยหลักที่กำหนดคุณภาพของผลลัพธ์ที่ได้จาก AI


Key Elements

Prompt ที่ดีไม่ใช่เรื่องดวงหรือโชคช่วย แต่มันประกอบด้วยองค์ประกอบที่เป็นระบบเหมือนการประกอบคอม หรือเขียนสูตรอาหารเป๊ะ ๆ ซึ่งจากแนวทางหลายแหล่ง (รวมถึง DataCamp, PromptHub, OpenAI, เอกสารการสอนจากหลายสำนัก) พบว่า “โครงสร้าง Prompt ที่ชัดเจน” คือปัจจัยที่แยกมือใหม่ออกจากมือโปร

ถ้าจะสั่ง AI ให้ทำงานได้ดี สิ่งที่ต้องคิดไม่ใช่แค่ “จะถามอะไร” แต่คือ “จะออกแบบคำสั่งยังไงให้มันเข้าใจเราแบบเป๊ะ ๆ”

🔑 องค์ประกอบหลักของ Prompt ที่มีประสิทธิภาพ

  • Role / Persona – ระบุตัวตนหรือบทบาทให้ AI เช่น “คุณคือที่ปรึกษาทางการเงิน…” เพื่อกำหนดโทนและความลึกของเนื้อหา
  • Task / Instruction – ระบุสิ่งที่ต้องการให้ชัด เช่น “สรุป”, “เขียนโค้ด”, “จัดลำดับ”, “เปรียบเทียบ”
  • Context / Background – ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเป็น เช่น ข้อความ บริบท ตัวอย่าง หรือคำอธิบายประกอบ
  • Examples / Shots – ใส่ตัวอย่าง input-output (เรียกว่า few-shot) เพื่อให้ AI รู้ว่าต้องตอบแบบไหน
  • Constraints – กำหนดรูปแบบคำตอบ เช่น “ไม่เกิน 200 คำ”, “แสดงผลลัพธ์เป็น JSON
  • Format – บอกว่าอยากให้แสดงผลแบบไหน เช่น เป็นตาราง, bullet point, หรือเรียงความ

📌 คิดซะว่าทุก Prompt คือเหมือน “ชุดคำสั่งธรรมชาติ” ที่เอาไว้คุม AI แบบไม่ต้องเขียนโค้ด และการจัดองค์ประกอบเหล่านี้ให้ครบ จะช่วยให้โมเดลเข้าใจเจตนาเราได้แม่นยำและน่าเชื่อถือขึ้นมาก


Basic Techniques

Prompt ที่ดีไม่ได้เกิดจากคำถามเดียว แต่มาจากวิธีถาม +
เทคนิคการปรับคำสั่งอย่างชาญฉลาด

ถ้าคุณเคยใช้ ChatGPT แล้วงงว่า “ทำไมมันตอบไม่ตรง” คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่โมเดล…แต่อยู่ที่ Prompt ของคุณเอง! และนี่คือเทคนิคพื้นฐานที่ใช้ได้กับทุกโมเดล ไม่ว่าจะเป็น GPT-4, Claude หรือ Gemini

เทคนิคที่ควรรู้

  • 🟢 Zero-shot Prompting – ถามตรง ๆ แบบไม่ต้องใส่ตัวอย่าง เช่น “แปลข้อความนี้เป็นภาษาอังกฤษ” หรือ “สรุปบทความนี้”
  • 🟡 Few-shot Prompting – ใส่ตัวอย่าง input-output เข้าไปเพื่อให้โมเดล “เรียนรู้บริบท” และตอบได้แม่นยำยิ่งขึ้น
  • 🧠 Chain-of-Thought (CoT) – กระตุ้นให้โมเดล “คิดเป็นลำดับ” เช่น บอกว่า “ช่วยอธิบายทีละขั้นตอนก่อนให้คำตอบ
  • 🧪 Iterative Refinement – เขียน Prompt รอบแรก → ได้คำตอบ → ปรับใหม่ → ทำซ้ำจนได้ผลลัพธ์ที่พอใจ
  • 🧵 Use of Delimiters – ใช้ตัวแบ่ง (เช่น ### หรือ “`) เพื่อกันคำสั่งกับเนื้อหาออกจากกัน ลดความสับสน
  • 🎭 Role-Play Prompting – กำหนดบทบาทเช่น “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน…”, AI จะตอบในโทนตรงกับบทนั้น

🧩 ความลับของมืออาชีพคือ Prompt ที่ดีที่สุดมักไม่ใช่ Prompt แรก แต่เป็นเวอร์ชันที่ปรับมาแล้วหลายรอบ! หรืออาจต้องการผลลัพธ์ที่ตรงใจก็ต้องลองใช้งานกับ AI หลายๆตัว

แจกฟรี 3 Framework Templates


Prompt Example

พูดอย่างเดียวอาจไม่เห็นภาพ ลองดูตัวอย่างจริง แล้วคุณจะเข้าใจว่า Prompt ที่ดีหน้าตาเป็นยังไง

✅ ตัวอย่าง Prompt สำหรับสรุปบทความ

ช่วยสรุปบทความด้านล่างให้อยู่ในรูปแบบ Bullet Point สำหรับใช้ทำสไลด์นำเสนอ โดยให้ความสำคัญกับหัวข้อหลัก เหตุผล และข้อมูลที่น่าสนใจ

Prompt มีทั้ง “สิ่งที่ต้องทำ (สรุป)”, “รูปแบบ (Bullet point)”, และ “จุดเน้น (หัวข้อหลัก + เหตุผล)
โมเดลจะเข้าใจว่าไม่ใช่แค่สรุป แต่ต้องสรุป เพื่อใช้พรีเซนต์

✅ ตัวอย่าง Prompt สำหรับเขียนโค้ด

ต้องการเขียนโปรแกรม Python สำหรับดึงข้อมูลจาก API และบันทึกลงฐานข้อมูล
ช่วยแนะนำโครงสร้างโค้ดเบื้องต้น พร้อมตัวอย่างที่ดีที่สุด และอธิบายเหตุผลประกอบ

Prompt ชัดเจนทั้งโจทย์ (ดึง API + บันทึก DB), ภาษา (Python), และ output ที่ต้องการ (โค้ด + อธิบาย)

✅ ตัวอย่าง Prompt สำหรับบทสนทนา

ช่วยเขียนบทสนทนาระหว่างนักเรียนกับครูในห้องเรียน เรื่องการบ้านที่ยังไม่ส่ง
ให้โทนบทสนทนาเป็นกันเอง และมีความยาวประมาณ 6 โต้ตอบ

โมเดล AI จะรู้ว่า

  • มี 2 ตัวละคร: ครูกับนักเรียน
  • หัวข้อ: การบ้าน
  • โทน: เป็นกันเอง
  • ความยาว: ประมาณ 6 Exchange
    ซึ่งผลได้จะเป็น บทสนทนาที่ตรงโทนและไม่ยืดเยื้อเกินไป

Common Pitfalls

Prompt ที่ดี = พลังสร้างสรรค์ แต่ Prompt ที่ไม่ดี = AI หลุดโลก

AI ไม่ได้ “เข้าใจ” โลกแบบคน มันแค่เดาว่า “คำต่อไปควรเป็นอะไร” ดังนั้นถ้าเราใช้คำไม่ชัด หรือเขียนคลุมเครือ มันก็จะตอบผิดทิศได้ง่ายมาก

💣 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • คำสั่งที่กว้างเกินไป เช่น “ช่วยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังหน่อย” → โมเดลจะไม่รู้ว่าควรตอบยาวแค่ไหน หรือเน้นอะไร
  • ไม่กำหนดรูปแบบ → ได้ผลลัพธ์ที่ใช้ไม่ได้ เช่น จะเอา JSON แต่โมเดลเขียนเป็นบทความ
  • บอกแต่สิ่งที่ “ไม่” ต้องการ เช่น “อย่าตอบยาวนะ” → จะดีกว่าถ้าบอกเลยว่า “ขอคำตอบไม่เกิน 3 บรรทัด”

🧠 ทางออกคือ “ระบุให้ครบ” และ “ลองปรับจนกว่าจะเจอ Prompt ที่ใช่”


Not Just for Developers

Prompt engineering ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของนักพัฒนา แต่มันคือ “ทักษะลับ” ของคนที่อยากใช้พลังของ AI ได้เต็มที่ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเขียน นักออกแบบ ครู นักการตลาด นักวิเคราะห์ หรือแค่คนธรรมดาที่สนใจ AI ถ้าคุณรู้จักเขียน Prompt ที่ดี คุณก็มีแต้มต่อทันที

ทุกคนที่ต้องการใช้ AI ให้คุ้ม ไม่ว่าจะเขียนบทความ ทำสไลด์ ขายของ เขียนโค้ด หรือหาคำตอบ ควรมีทักษะนี้ติดตัว เพราะถ้าคุณสื่อสารกับ AI ได้ดี มันจะกลายเป็น “ผู้ช่วยระดับเทพ” ที่พร้อมทำทุกอย่างให้คุณ ไม่ใช่แค่ “เครื่องตอบคำถาม” ธรรมดา พอคุณสื่อสารกับ AI อย่างชัดเจนและมีเป้าหมาย มันจะกลายเป็น ผู้ช่วยที่ฉลาดที่สุดของคุณ ช่วยคิด ช่วยเขียน ช่วยแก้ปัญหา ได้เร็วขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า รวมถึงจะเป็นทักาะที่ทำให้คุณประหยัดเวลามากขึ้น

Prompt well, and AI becomes your power tool—not just a toy.


✨ บทความนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ผมตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อพาทุกคนทำความรู้จักกับโลกของ
Prompt Engineering และการสื่อสารกับ AI ในภาพรวมแบบเบื้องต้น
เนื้อหาที่ยกมานั้นอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือทั้งหมดที่ผมมีในตอนนี้ แต่หากมีจุดใดที่อธิบายได้ไม่ชัดเจน หรือยังมีข้อผิดพลาดอยู่ ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า และผมยินดีรับทุกคำแนะนำเพื่อนำไปปรับปรุงในบทความถัด ๆ ไปครับ

ตอนนี้ผมเองก็ยังอยู่ในเส้นทางของการเรียนรู้ AI, Data, และการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน
ถ้าคุณสนใจเรื่องพวกนี้เหมือนกัน ผมมีแผนจะเขียนบทความลึกขึ้นในอนาคต เช่น เทคนิคการเขียน Prompt สำหรับแต่ละงาน (สรุป, วิเคราะห์, เขียนโค้ด), การใช้งานโมเดลต่าง ๆ เปรียบเทียบกัน หรือแม้แต่แนวทางการนำ AI ไปใช้ในชีวิตจริงของคนทำงานสายต่าง ๆ

📚 ถ้าคุณสนใจเรื่องแบบนี้ ลองอ่านบทความอื่น ๆ บนเว็บไซต์ของผมได้เลยที่ frongwatcharapol.com

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ
ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย
และถ้าคุณได้อะไรกลับไป แม้เพียงเล็กน้อย — ผมก็ดีใจมากแล้วครับ 😊


Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *