เข้าใจวิธีคิดแบบนักวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ข้อมูลตัดสินใจอย่างชาญฉลาด
ปัจจุบันที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การคิดแบบ “Data Analyst” ไม่ใช่แค่เรื่องของทักษะการใช้เครื่องมือ แต่มันคือ “วิธีคิดเชิงวิเคราะห์” ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกอาชีพและในชีวิตประจำวัน
วันนี้เราจะแนะนำ 5 ขั้นตอนพื้นฐาน ที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นคิดและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะใช้ในงาน การเงิน หรือการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
Define the Problem
ตั้งคำถามให้ถูกจุด นักวิเคราะห์ที่ดีไม่เริ่มจากข้อมูล แต่เริ่มจาก “คำถาม” ถามให้ลึก ถามให้ชัดว่าเราต้องการรู้ “อะไร” และ รู้เพื่ออะไร สามารถนำไปใช้ได้อย่างไร เพราะคำถามคือเข็มทิศที่นำทางกระบวนการวิเคราะห์
🔍 ตัวอย่าง:
- “ยอดขายตกจริงไหม?” → เปลี่ยนเป็น “กลุ่มสินค้าหรือพื้นที่ใดที่ยอดขายลดลงมากที่สุด?”
- “ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไรหลังแคมเปญ?”
- “กลุ่มลูกค้าประเภทใดตอบสนองดีที่สุด?”
- “ช่องทางไหน (Facebook / LINE / SMS) มี conversion rate สูงสุด?”
การตั้งคำถามให้ชัด จะช่วยให้คุณเลือกข้อมูลและวิเคราะห์ได้ตรงจุด และวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Collect the Right Data
รู้ว่าจะหาข้อมูลจากที่ไหน เมื่อรู้ว่าจะตอบคำถามอะไร ขั้นต่อไปคือต้อง “หาและรวบรวมข้อมูล” ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมั่นใจว่า ข้อมูลนั้นเชื่อถือได้ ครบถ้วน และอยู่ในรูปแบบที่นำไปใช้งานต่อได้ง่าย
🔍 ตัวอย่าง:
หากคำถามคือ “ยอดขายของแคมเปญ A ดีขึ้นหรือไม่?”
คุณอาจต้องรวบรวมข้อมูลเหล่านี้:
- ยอดขายก่อน-หลังแคมเปญ
- ประเภทสินค้า
- แหล่งที่มาของลูกค้า (ช่องทางการตลาด)
- วันเวลาในการสั่งซื้อ
แหล่งข้อมูลอาจได้จาก Excel, ระบบ POS, Google Analytics, หรือ CRM แล้วแต่องค์กร หรือเป็นการวางแผนสำหรับการจัดเก็บข้อมูลอย่างไร จากใคร และที่ใด เพื่อได้ข้อมูลสามารถนำมาวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Clean & Prepare
ทำข้อมูลให้พร้อมใช้ ข้อมูลดิบมักจะมีปัญหา เช่น ค่าว่าง (missing), พิมพ์ผิด, หน่วยไม่ตรงกัน หรือมีข้อมูลซ้ำ
การทำ Data Cleaning จึงจำเป็นเพื่อให้ข้อมูล “พร้อมใช้” อย่างแท้จริง
ขั้นตอนนี้จึงมีความสำคัญไม่แพ้ การเก็บรวบรวมข้อมูล เพราะถึงแม้การเก็บรวบรวมข้อมูลได้ดีจะลดปัญหาได้บ้างแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ปัญหา ค่าว่างหรืออื่นๆหมดไปได้ จึงควรทำ Data Cleaning และการแปลงข้อมูล
(Data Transformation) เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้งานมากที่สุด
🔍 ตัวอย่าง:
- วันที่บันทึกเป็นหลายรูปแบบ: “01/04/2024” กับ “April 1, 2024” ต้องแปลงให้เป็นรูปแบบเดียวกัน
- รายได้บางแถวใส่เป็น “N/A” หรือ “0” ต้องตัดสินใจว่าจะลบทิ้ง แก้ไข หรือใส่ค่ากลาง หรือใส่ค่าแบบอื่นๆ
- เจอชื่อซ้ำ เช่น “บริษัท A” กับ “บจก.A” ต้อง Merge ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ ผลวิเคราะห์อาจผิดพลาดอย่างมากโดยไม่รู้ตัว และจะทำให้ Model เกิดปัญหาได้ทำให้การทำนายผลออกมาไม่ได้ประสิทธิภาพและคาดเคลื่อนกับความเป็นจริง “และอาจส่งผลร้ายแรงต่อการตัดสินใจของผู้บริหารได้“
Analyze the Patterns
มองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ เมื่อข้อมูลพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะ “สำรวจ” และ “วิเคราะห์” ว่าข้อมูลบอกอะไรกับเรา
คุณอาจมองหาความสัมพันธ์ แนวโน้ม หรือความผิดปกติที่น่าสนใจ เพื่อนำไปตอบคำถามที่เราได้มองหาและอยากรู้จากข้อมูล และประกอบการตัดสินใจของพนักงาน และผู้บริหารได้
🔍 ตัวอย่าง:
- สร้างกราฟเส้นยอดขายรายเดือน เพื่อดูว่ามีช่วงใดพุ่งขึ้นหรือลดลง
- วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าด้วย RFM (Recency, Frequency, Monetary)
- สร้างตารางเปรียบเทียบ conversion rate ระหว่าง Facebook Ads vs LINE Ads
- การวิเคราะห์ Statistical Testing ต่างๆ เช่น A/B Test, ANOVA, ATE, Independent Test และอื่นๆ
การวิเคราะห์แบบนี้อาจทำได้ตั้งแต่ใน Excel, Google Sheets ไปจนถึง Power BI, Python หรือ R และการใช้ Model ประเภทต่างๆในการวิเคราะห์และพยากรณ์ ผลที่เกิดขึ้นและนำมาประกอบการตัดสินใจได้
Interpret & Communicate
แปลผลให้เข้าใจง่ายและใช้ได้จริง การวิเคราะห์ที่ดีไม่จบแค่ “ได้คำตอบ” แต่ต้องแปลผลให้คนอื่นเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้จริง บางครั้งการจะบอกเล่าให้ผู้อื่นได้เข้าใจในแบบที่เราเข้าใจเป็นเรื่องยาก แต่เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากอีกเช่นกัน เพราะถ้าเราทำงานหรือ วิเคราะห์ได้ดี แต่ไม่สามารถสื่อสารออกมาให้เข้าใจง่าย อาจทำให้ผู้รับสารเกิดปัญหา และตัดสินใจผิดพลาดจากชุดข้อมูลได้
ตัวอย่าง:
หลังวิเคราะห์พบว่า
- กลุ่มลูกค้าใหม่อายุ 25–34 ตอบสนองต่อแคมเปญมากที่สุด
- LINE Ads มี ROI สูงกว่าช่องทางอื่น
- ยอดขายสินค้า A เพิ่มขึ้น 30% ในช่วงโปรโมชัน
สิ่งที่ต้องทำ:
- นำเสนอด้วย Dashboard สไลด์ Report แอพ หรือช่องทางอื่นๆ
- สรุปด้วยคำพูดง่าย ๆ เช่น
“ถ้าต้องเลือกช่องทางเดียวให้โปรโมทในครั้งต่อไป แนะนำ LINE เพราะตอบสนองดีที่สุด และมากกว่าช่องทางอื่นๆและควรมีเหตุผลสนับสนุน ว่าได้อย่างไรบ้าง” - แนะนำแนวทางต่อ เช่น เพิ่มงบในกลุ่มนี้ หรือทดลองแคมเปญแบบเดียวกันกับสินค้าอื่น และควรมีเหตุผลสนับสนุน เนื่องจากอะไรบ้าง และเป็นผลดีมากกว่าอย่างไร
การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใช้เครื่องมืออะไร แต่ขึ้นอยู่กับ วิธีคิดและกระบวนการวิเคราะห์ ที่เป็นระบบ
แค่ทำตาม 5 ขั้นตอนนี้:
Define → Collect → Clean → Analyze → Interpret
คุณก็สามารถ “คิดแบบนักวิเคราะห์ข้อมูล” และใช้ข้อมูลตัดสินใจได้อย่างมั่นใจขึ้น
ถ้าคุณสนใจเรื่องแบบนี้ ลองอ่านบทความอื่นในเว็บไซต์ของฉันได้เลย
หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ก็ยินดีเสมอที่ LinkedIn
บทความนี้เขียนจากประสบการณ์และความเข้าใจของฉันเอง ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการเรียนรู้ หากมีสิ่งใดคลาดเคลื่อนหรือตกหล่นไปบ้าง ต้องขออภัย และยินดีอย่างยิ่งที่จะรับฟังความคิดเห็นหรือคำแนะนำจากคุณเสมอ
ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้
ฉันหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย
และหากคุณได้อะไรกลับไป แม้เพียงเล็กน้อย — ฉันก็รู้สึกดีใจมาก

Leave a Reply