3 Mental Models That Will Change Your Perspective on Life

การเรียนรู้ Mental Models หรือโมเดลทางความคิดไม่ใช่เพียงการสะสมความรู้ แต่คือการสร้างกรอบความคิดที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้นทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน Mental Models ช่วยให้เราเข้าใจบริบทที่ซับซ้อนและตอบสนองอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น บทความนี้เลือกโมเดลที่น่าสนใจมา 3 โมเดลที่สามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันที่ไม่เพียงแค่เข้าใจง่าย แต่ยังนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร หรืออยู่ในช่วงชีวิตแบบไหนก็ตาม


First Principles Thinking

First Principles Thinking หรือการคิดจากรากฐานแรกเริ่ม คือการแยกองค์ประกอบพื้นฐานที่สุดของปัญหา แล้วค่อยๆ สร้างความเข้าใจขึ้นมาใหม่ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบความคิดเดิมที่มีอยู่ วิธีนี้จะช่วยให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์และตรงจุด

🔑 ตัวอย่างการใช้งานจริง:

  • 🚗 Elon Musk ใช้แนวคิดนี้ในการลดต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่จาก $600 เหลือเพียง $80 โดยแยกวัตถุดิบออกมาเป็นส่วนเล็กๆ และคิดใหม่ว่าควรซื้อหรือผลิตเอง
  • 📦 Jeff Bezos เน้นไปที่ความสุขของลูกค้าเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์ “คืนเงินโดยไม่มีคำถาม” เพื่อสร้างความไว้วางใจและความภักดีจากลูกค้า

📝 การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน:

  • 💼 ในงาน Finance และ Data Analyst ควรวิเคราะห์จากข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหลอกด้วยข้อมูลที่ซับซ้อนหรือไม่เกี่ยวข้อง
  • 📚 นักเรียนสามารถใช้โมเดลนี้ในการแบ่งการบ้านหรือโปรเจกต์ออกเป็นส่วนเล็กๆ ทำให้จัดการได้ง่ายและเครียดน้อยลง

Second-Order Thinking

Second-Order Thinking คือการคิดถึงผลกระทบระยะยาว หรือผลลัพธ์ทางอ้อมที่จะตามมาหลังจากการตัดสินใจครั้งแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ดูดีเพียงระยะสั้น แต่สร้างปัญหาในอนาคตที่ซับซ้อนกว่าเดิม

🔑 ตัวอย่างการใช้งานจริง:

  • 🏷️ การลดราคาสินค้าอาจเพิ่มยอดขายในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจทำลายแบรนด์และนำไปสู่สงครามราคา ซึ่งจะลดความสามารถในการทำกำไร
  • 🍔 การบริโภคอาหารขยะให้ความพึงพอใจในทันทีแต่ในระยะยาวส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ทำให้เกิดโรคเรื้อรังที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา

📝 การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน:

  • ⏳ นักศึกษาและบุคคลทั่วไปสามารถใช้ในการตัดสินใจเรื่องการจัดการเวลา การเลือกกิจกรรมที่มีประโยชน์ในระยะยาว เช่น การออกกำลังกายหรือการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ
  • 📱 ก่อนจะหยิบมือถือมาเล่นตอนกลางคืน ลองคิดดูว่าพรุ่งนี้จะสดใสหรือไม่ถ้าอดนอนเพราะดูซีรีส์ดึก
  • 🚴‍♂️ เลือกเดินหรือขี่จักรยานแทนรถบ้าง เพราะนอกจากประหยัดเงินแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพระยะยาวอีกด้วย

Circle of Competence

Circle of Competence คือการเข้าใจขอบเขตความสามารถของตัวเองอย่างชัดเจน และมุ่งเน้นการทำงานในขอบเขตนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงที่จะล้มเหลวจากการทำงานนอกขอบเขตความถนัด การรู้จักขีดจำกัดของตนเองช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น

🔑 ตัวอย่างการใช้งานจริง:

  • 💹 Warren Buffett ลงทุนเฉพาะในธุรกิจที่เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงในการลงทุนและหลีกเลี่ยงการสูญเสียจากการลงทุนที่ผิดพลาด

📝 การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน:

  • 🛠️ ถ้าซ่อมของในบ้านไม่เก่ง ก็เรียกช่างมาทำแทน ดีกว่าพยายามทำเองแล้วเสียทั้งเวลาและอาจพังหนักกว่าเดิม

การตระหนักถึง Circle of Competence ของตนเองมีประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องการทำงาน เมื่อคุณเข้าใจว่าความเชี่ยวชาญของคุณอยู่ที่ไหน คุณจะสามารถตัดสินใจในเรื่องเหล่านั้นได้อย่างมีข้อมูลและรอบคอบมากขึ้น ลดโอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดจากความไม่รู้จริง และเมื่อคุณรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณยังไม่รู้ คุณจะสามารถมุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้และพัฒนาทักษะในด้านเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด เพื่อค่อยๆ ขยายวงกลมความสามารถของคุณ

Circle of Competence ไม่ได้เป็นสิ่งที่ตายตัว เราสามารถขยายขอบเขตความสามารถของเราได้ด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและมีสติ อ่านหนังสือ บทความ เข้าร่วมอบรม หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในด้านที่คุณสนใจ เปิดใจรับฟังคำวิจารณ์จากผู้อื่น เพื่อให้เห็นมุมมองที่คุณอาจมองข้ามไป จะทำให้ Circle of Competence ของเราขยายขอบเขตความเข้าใจ ความเชี่ยวชาญในด้านที่คุณสนใจมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผมชอบมาก


Mental Models

Mental Models มีอีกหลากหลายมากมายที่รอให้เราค้นพบและนำมาประยุกต์ใช้ ยกตัวอย่างเช่น The Map is Not the Territory ซึ่งเป็นแนวคิดที่เตือนใจว่า แผนที่ (ความคิด ความเชื่อ หรือโมเดลที่เรามีเกี่ยวกับโลก) ไม่ใช่ดินแดนที่แท้จริง การตระหนักถึงข้อจำกัดนี้ช่วยให้เราเปิดใจรับข้อมูลใหม่ๆ และไม่ยึดติดกับมุมมองเดิมๆ เพียงอย่างเดียว เพราะความเป็นจริงนั้นซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อีกหนึ่ง Model ที่สำคัญคือ Probabilistic Thinking หรือ การคิดเชิงความน่าจะเป็น ซึ่งช่วยให้เรา มองเหตุการณ์ต่างๆ ในรูปของโอกาสและความเสี่ยง แทนที่จะตัดสินว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน การคิดแบบนี้ช่วยให้เราตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับผลลัพธ์ที่หลากหลายที่เป็นไปได้

การทำความเข้าใจและนำ Mental Models มาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง จะเป็นเหมือนเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็นและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน การฝึกคิดแบบมีหลักการเหล่านี้ จะค่อยๆ เปลี่ยนมุมมองของเราให้กว้างขึ้น มองเห็นความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และช่วยให้เราพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดต่างๆ ในชีวิตได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การที่เราเข้าใจวิธีคิดที่เป็นระบบเหล่านี้ ยังจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเติบโตและก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคง

ดังนั้น การเปิดใจเรียนรู้และฝึกฝนการใช้ Mental Models ที่หลากหลาย จะเป็น การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด สำหรับการพัฒนาตัวเองในระยะยาวอย่างแท้จริง

ขอบคุณเนื้อหาดีๆ จาก พี่ทอย Datarockie และเพื่อนๆ Data Science Bootcamp 11


ถ้าคุณสนใจเรื่องแบบนี้ ลองอ่านบทความอื่นในเว็บไซต์ของฉันได้เลย
หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ก็ยินดีเสมอที่ LinkedIn

บทความนี้เขียนจากประสบการณ์และความเข้าใจของฉันเอง ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการเรียนรู้ หากมีสิ่งใดคลาดเคลื่อนหรือตกหล่นไปบ้าง ต้องขออภัย และยินดีอย่างยิ่งที่จะรับฟังความคิดเห็นหรือคำแนะนำจากคุณเสมอ

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้
ฉันหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย
และหากคุณได้อะไรกลับไป แม้เพียงเล็กน้อย — ฉันก็รู้สึกดีใจมาก


Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *